
ขนมวันแม่
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมใกล้จะถึงวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม เข้าไปทุกที ๆ แล้ว ลูก ๆ คนไหนยังไม่ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษให้คุณแม่บ้างเอ่ย ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี ลองเปลี่ยนจากของขวัญที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ มาเป็นขนมไทยโบราณจากฝีมือตัวเอง น่าจะดีไม่น้อย และเชื่อว่า คงจะมีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบขนมไทยโบราณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณแม่ได้กินขนมไทยฝีมือลูก ๆ ด้วยแล้วล่ะก็ คงจะปลื้มปริ่มไม่น้อยเลยล่ะ
กระปุกดอทคอม ก็ได้รวบรวม 9 สูตรขนมไทยโบราณมาฝากไว้ตรงนี้แล้ว ใครสนใจทำเมนูไหนไปบอกรักคุณแม่ก็เชิญเลือกให้ตามสบายเลยจ้า

ขนมช่อมะลิซ้อน ไส้กุ้ง
1. ขนมช่อมะลิซ้อนไส้กุ้งเริ่มกันด้วยเมนูขนมไทยโบราณอย่าง ช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับดอกมะลิบาน ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ รับรองว่าคุณแม่ต้องประทับใจแน่ ๆ ลองมาดูวิธีทำขนมโช่อมะลิซ้อนไส้กุ้งกันเลยดีกว่า เป็นสูตรมาจาก คุณคุ้มข้าวกล้อง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งสดสับ
รากผักชี กระเทียม และพริกไทย โขลกเข้าด้วยกัน
หัวหอมใหญ่
น้ำกะทิ
น้ำมันพืช
น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย
เครื่องปรุงรส1. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และแป้งมันลงในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วอบควันเทียนเอาไว้ พอควันหมดก็จุดใหม่ ทำซ้ำ 2-3 รอบ
2. ผัดที่โขลกไว้ให้หอม ใส่หัวหอมใหญ่สับลงไปผัดจนเหลือง ใส่กุ้งสับลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว และพริกไทย ผัดจนส่วนผสมแห้งเล็กน้อย จนสามารถปั้นหรือจับตัวเป็นก้อนได้ พักไว้
3. ผสมแป้งอบควันเทียนกับน้ำลอยดอกมะลิให้ละลายเข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปกวนในกระทะ ใช้ไฟอ่อน จนเริ่มแห้ง และล่อนออกจากหม้อ ยกลงจากเตา นำออกมานวดต่ออีกสักพัก
4. แบ่งแป้งเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่า ๆ กัน จากนั้นแผ่แป้งเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วใช้มือคลึงให้เป็นรูปหม้อขึ้นมา ตักไส้กุ้งที่เตรียมไว้ใส่ตรงกลางแป้ง ห่อให้มิด คลึงเป็นลูกกลม ใช้แหนบทองเหลืองหัวแบนจีบรอบ ๆ ขนม เพื่อขึ้นรูปดอกมะลิ
5. ทาน้ำมันที่ขนมเล็กน้อย นำไปนึ่ง ใช้ไฟแรง ไม่เกิน 10 นาที จนขนมเริ่มสุก ใส และนิ่ม ยกลงจากเตา จัดใส่จาน ราดกะทิ โรยกระเทียมเจียว พร้อมเสิร์ฟ

ขนมอินทนิล
2. ขนมอินทนิลอีกหนึ่งขนมไทยโบราณที่หากินยากมาก ๆ แล้วในปัจจุบัน แต่เชื่อว่า คุณแม่หลาย ๆ คนคงจะรู้จัก ขนมอินทนิล แป้งเหนียว ๆ กินคู่กับน้ำกะทิหอม ๆ ใส่น้ำแข็งลงไปอีกสักนิด ฟินกันทั้งแม่ทั้งลูกเลยจ้า ว่าแต่มีวิธีทำขนมอินทนิลอย่างไร ตามมาดูกัน สูตรจาก คุณ lennon forever
กะทิกระป๋อง 4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
เทียนสำหรับอบขนม
แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย
น้ำใบเตย 4 ถ้วย1. ทำน้ำกะทิอบควันเทียน โดยเทน้ำกะทิใส่ลงอ่าง จุดเทียนอบขนมให้ไฟลามถึงตรงขี้ผึ้งแล้วดับเทียน ใส่เทียนลงในถ้วยเล็ก ๆ แล้วใส่ลงในอ่างน้ำกะทิ ปิดฝา อบน้ำกะทิไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจุดเทียนอบซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ถ้ามีดอกกระดังงาก็เอาไปอบพร้อมเทียนเลย จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่น คนผสมให้ละลาย รอจนเดือดแล้วยกลง เตรียมไว้
2 .ทำตัวขนม โดยผสมแป้งกับน้ำใบเตย คนให้แป้งละลายเข้ากับน้ำใบเตย นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใช้พายกวนตลอด ระวังอย่าให้ก้นหม้อไหม้ กวนจนขนมสุก ตัวแป้งจะเหนียวและใส พอแป้งสุกทั่วกัน เอาหม้อลงแช่ในอ่างน้ำแข็ง ใช้นิ้วเปียก ๆ หยิบขนมขนาดพอดีคำ แล้วหย่อนลงในน้ำกะทิที่เตรียมไว้ ตักขนมใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

กล้วยไข่เชื่อม
3. กล้วยไข่เชื่อมหรือถ้ากลัวว่า ฝีมือตัวเองยังไม่โปรพอที่จะทำขนมไทยแบบยาก ๆ ก็ลองมาทำ กล้วยไข่เชื่อม ราดน้ำกะทิ หวาน ๆ หอม ๆ เป็นเมนูง่าย ๆ แต่รับรองว่าถูกใจคุณแม่แน่ ๆ เป็นสูตรมาจาก ครัวบ้านพิม
ส่วนผสม
กล้วยไข่ห่าม ๆ 2 หวี
น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
น้ำสะอาด 400 กรัม
หัวกะทิ 2 ถ้วย
แป้งอเนกประสงค์ 1.5 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น หยิบมือ
วิธีทำ1. ทำหัวกะทิสำหรับราดหน้า โดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือป่นนิดหน่อย นำไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อย ๆ จนกะทิจะข้น ยกลงจากเตา เตรียมไว้
2. ปอกเปลือกกล้วยไข่ออก ดึงเส้นดำออกให้หมด ตัดหัวตัดท้ายเล็กน้อย ใส่ลงแช่ไว้ในน้ำที่ผสมเกลือ
3. ใส่น้ำตาลทรายกับน้ำลงหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ คนให้ละลายจนเป็นน้ำเชื่อม นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง เทกลับใส่หม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมข้นเหนียว จากนั้นใส่กล้วยไข่ลงไปเชื่อม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำเชื่อมซึมเข้ากล้วย ตักใส่จาน ราดด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ข้าวหมาก
4. ข้าวหมากถ้าคุณแม่ท่านไหนชอบกินขนมไทยแบบกลิ่นแรง ๆ หน่อยอย่าง ข้าวหมาก ลูก ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะลองทำ และสูตรที่เรานำมาฝากก็ง่ายมาก ๆ ด้วย พ่อครัวแม่ครัวมือใหม่ก็สามารถทำได้นะจ๊ะ เป็นสูตรง่าย ๆ มาจาก คุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ข้าวสุก 3 ขีด
แป้งข้าวหมาก 1 ลูก
ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว 3 ขีด1. นำข้าวเหนียวนึ่งสุกไปแช่น้ำ ใช้มือประกบถูเบา ๆ เพื่อล้างยางข้าวออก ล้างหลาย ๆ น้ำจนหมดยาง เทใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
2. บี้ลูกแป้งข้าวหมากให้ละเอียด นำไปคลุกกับข้าวเหนียวที่ล้างไว้ให้ทั่ว นำใส่กล่องที่มีฝาปิด โดยไม่ต้องล็อกฝา วางไว้ที่อุณภูมิห้องปกติ ประมาณ 3 วัน จากนั้นนำเข้าแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

ขนมข้าวเหนียวแก้ว
5. ข้าวเหนียวแก้วอีกหนึ่งขนมไทยกลิ่นหอมชวนหม่ำกับ ข้าวเหนียวแก้ว สีเขียวสดใส กลิ่นหอม ๆ เคี้ยวเหนียวหนึบ ๆ ที่มีวิธีทำไม่ยากมากนัก ถ้าสนใจก็ลองดูนะคะ คิดว่าคุณแม่น่าจะปลื้ม ! สูตรจาก คุณเนินน้ำ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
1. แช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ 1 คืน หรือไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง แล้วนำไปนึ่งให้สุก
2. ตักข้าวเหนียวใส่อ่างสำหรับผสม เติมกะทิลงคนผสมให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น น้ำปูนใส น้ำใบเตย และสีผสมอาหารลงในข้าวเหนียวที่ผสมกะทิแล้ว ผสมให้เข้ากัน
3. นำส่วนผสมข้าวเหนียวใส่ลงในกระทะ กวนจนเกือบแห้ง แล้วยกลง ตักใส่กระทง โรยงาคั่วเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟ

ขนมเหนียว
6. ขนมเหนียวถ้าพูดถึงขนมไทยโบราณอย่าง ขนมเหนียว จะมีลูก ๆ คนไหนรู้จักกันบ้างไหมเนี่ย แต่ถ้าเป็นคุณแม่รุ่นเก๋าหน่อยน่าจะคุ้นเคย ยิ่งเดี๋ยวนี้หาซื้อมากินยากมาก ๆ กับเสน่ห์แป้งเหนียว ๆ เคี้ยวหนุบหนับ ราดน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวกลิ่นหอม ๆ กรุบกรอบไปกับข้าวตัง ในเมื่อหาซื้อกินยากนัก เราก็มีสูตรขนมเหนียวไอศกรีมกะทิ มาฝากจากนิตยสาร Foodstylist ลองมาดูกัน
1. นำมะพร้าวขูดคลุกเกลือและนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที
2. ผสมแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้านวดให้เข้ากันและไม่ติดมือ (แบ่งสรรปันส่วนและสีสันตามที่คุณชอบ)
3. จากนั้นนำมาปั้น แล้วนำลงต้มในน้ำเดือด พอแป้งรอยขึ้นตักแช่น้ำเย็น แล้วนำไปคลุกมะพร้าวที่นึ่งไว้ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิ ข้าวตัง และคาราเมล

ถั่วแปบ
7. ถั่วแปบถ้าคุณแม่ท่านไหนชอบกินขนมไทยอย่าง ถั่วแปบ เนื้อเหนียวนุ่มเคี้ยวเพลิน ๆ ไปกับมะพร้าวและถั่วเขียวนึ่ง จิ้มกับน้ำตาลและงาคั่ว ลูก ๆ คงจะรอช้าไม่ได้แล้วล่ะค่ะ มาลงมือทำกันให้ไวเลย
1. ล้างถั่วเขียวให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พักทิ้งไว้จนเย็น
2. ผสมถั่วเขียวนึ่งสุกกับมะพร้าวขูดนึ่งสุก ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย เคล้าผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
3. ผสมงาขาวและงาดำคั่วกับน้ำตาลทรายและเกลือป่นให้เข้ากัน เตรียมไว้
4. แบ่งแป้งออกเป็นส่วน ๆ ตามจำนวนสี แล้วใส่สีผสมอาหารใส่ลงในแป้ง จากนั้นเทน้ำเดือดใส่ คนผสมเรื่อย ๆ จนแป้งเริ่มอุ่น จากนั้นนวดแป้งให้เข้ากัน ปั้นแป้งเป็นรูปทรงรี คลุมด้วยผ้าชื้น เตรียมไว้
5. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่แป้งลงต้มจนสุกและลอยขึ้น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
6. คลุกแป้งนึ่งสุกกับส่วนผสมมะพร้าว จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับส่วนผสมงาและน้ำตาลทราย

บัวลอยไข่หวาน
8. บัวลอยไข่หวานถ้าพูดถึงขนมไทย จะลืมขนมถ้วยนี้ไปไม่ได้เลยกับ บัวลอยไข่หวาน ขนมไทยในดวงใจสุดคลาสสิก หอมกลิ่นกะทิ เนื้อเหนียวนุ่ม คุณแม่ที่ชอบกินขนมจำพวกน้ำกะทิคงจะปลื้มปริ่ม แถมทำครั้งเดียวได้กินทั้งครอบครัวเลยด้วย
ส่วนผสม
วิธีทำ1. แบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 นวดผสมแป้งกับน้ำและเผือกนึ่งสุก ส่วนที่ 2 นวดแป้งกับน้ำและฟักทองนึ่งสุก ส่วนที่ 3 นวดแป้งกับน้ำใบเตย นวดผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วนำไปคลุกแป้งข้าวเหนียวบาง ๆ เตรียมไว้
2. ใส่น้ำกะทิลงในหม้อ เติมน้ำตาลทรายและเกลือป่น คนผสมจนละลาย นำขึ้นตั้งไฟ พอเดือด รีบปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้
3. ต้มน้ำในหม้อจนเดือด นำบัวลอยลงต้มทีละสีจนลอยขึ้นมา จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ใส่ลงในถ้วย ตักกะทิที่เตรียมไว่ใส่ลงไป
4. ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย ค่อย ๆ เทลงในหม้อน้ำกะทิ รอจนไข่สุกตามชอบ จากนั้นตักขึ้นใส่ลงในถ้วยบัวลอย พร้อมเสิร์ฟ

ขนมนางเล็ด
9. ขนมนางเล็ดอีกหนึ่งเมนูขนมไทยโบราณทำง่าย ๆ สำหรับมอบเป็นของขวัญให้คุณแม่ ใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่างเอง วิธีทำก็ง่ายมาก ๆ ตามมาดูกันจ้า
1. อุ่นข้าวเหนียวให้ร้อน ตักข้าวเหนียวใส่ลงในพิมพ์วงกลม กดแผ่แป้งเป็นแผ่นบาง ๆ จนเต็มพิมพ์ เคาะออกจากพิมพ์ นำไปตากแดดจนแห้ง เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนร้อน ใส่ข้าวเหนียวที่ตากไว้ลงทอดจนพองเต็มที่ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
3. ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย ค่อย ๆ ตักหยอดเป็นเส้น ๆ ลงบนขนม พักทิ้งไว้สักครู่จนน้ำตาลแข็งตัว จัดใส่จานให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
ถ้าลองได้สูตรขนมไทยโบราณน่ากิน ๆ ทั้ง 9 สูตรที่เรานำมาฝากแบบนี้ไว้ในมือแล้ว คุณลูก ๆ ก็รีบเตรียมตัวไปหาซื้อวัตถุดิบ เตรียมเข้าครัวไปทำขนมสุดเซอร์ไพร์สเพื่อมอบเป็นของขวัญวันแม่กันนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น